วางแผนให้เงินทำงาน
 
22 ธันวาคม 2560 15:44 น.

วางแผนให้เงินทำงาน


                  คนที่ยังไม่เคยปล่อยให้เงินทำงานแทนคุณ และไม่คุ้นเคยกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อาจสงสัยว่า การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จะลงทุนกันอย่างไร นักลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ กับนักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนต่างประเทศต่างกันอย่างไร บทความตอนนี้จะลองพาคุณมารู้จักกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ให้มากขึ้น และเราจะมาดูกันว่า วลีเด็ดทางการเงินที่บอกกันว่า ‘ให้เงินทำงานแทนคุณ’ นั้น เงินจะสามารถทำงานแทนคุณได้จริงหรือไม่ อย่างไร
ก่อนอื่นเราคงต้องมารู้จักตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกันก่อน ถ้าจะว่ากันแล้วตลาดหลักทรัพย์ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากตลาดสด หรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่คุณเคยไปจับจ่ายใช้สอยกันเท่าไรหรอกนะครับ เพียงแต่ว่าสินค้าที่ขายแตกต่างกัน 
สินค้าที่ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์นั้นจะเป็นหลักทรัพย์ (ตอบกำปั้นทุบดินอย่างนี้ ผมจะโดนกำปั้นทุบหน้าใสๆ เหมือนเต้าหมิงซื่อมั้ยเนี่ย) อธิบายขยายความกันอีกนิดหนึ่งดีกว่านะครับ จริงๆ แล้วหลักทรัพย์ที่ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้นก็คือตราสารทางการเงิน ซึ่งผู้ที่ครอบครองหรือเป็นเจ้าของจะได้รับเงินตอบแทนหรือได้รับผลประโยชน์อื่นๆ ในอนาคต 
                   หลักทรัพย์ที่ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นสามัญ ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของหุ้นสามัญเราจะเรียกกันเท่ๆ ว่า ผู้ถือหุ้นสามัญ ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนคือเงินปันผล โดยถ้าหากบริษัทดำเนินงานแล้วมีกำไร ซึ่งมากกว่าเงินที่ต้องเก็บไว้เพื่อลงทุนต่อ คณะกรรมการบริหารของบริษัทก็อาจจะนำกำไรส่วนที่เหลือจากการลงทุนต่อแล้วมาแจกจ่ายให้กับผู้ถือหุ้น แต่การตัดสินใจว่าจะจ่ายหรือไม่จ่ายเงินปันผลนี้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารบริษัทเท่านั้น ถ้าหากมีมติงดจ่ายเงินปันผล ผู้ถือหุ้นก็ไม่มีสิทธิจะไปฟ้องร้องต่อศาลให้บังคับบริษัทให้จ่ายเงินปันผลได้
ดังนั้นในมุมหนึ่ง คำว่าให้เงินทำงานแทนคุณ จึงหมายถึงการที่เรานำเงินไปลงทุนในหุ้นสามัญ แล้วปล่อยให้ผู้บริหารนำเงินของเราไปลงทุนต่อในกิจการต่างๆ แทนเรานั่นเอง หรือถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับการที่เราเอาเงินไปจ้างผู้บริหารมืออาชีพมาบริหารบริษัทแทนเรา เพียงแต่ว่าถ้าเป็นเงินของเราคนเดียว อาจจะไม่เพียงพอที่จะไปดำเนินธุรกิจดังกล่าวได้ จึงต้องมีการระดมทุนจากผู้ถือหุ้นหลายๆ ราย แล้วนำเงินที่ได้ไปดำเนินธุรกิจ เพราะฉะนั้นหลักที่สำคัญอย่างหนึ่งในการเลือกลงทุนในหุ้น ก็คือถ้าคุณคิดว่าตอนนี้คุณอยากลงทุนในธุรกิจอะไรก็ตาม แต่มีเงินทุนไม่เพียงพอหรือมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นไม่เพียงพอ คุณก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจดังกล่าวทางอ้อมได้โดยการลงทุนในหุ้นสามัญนั่นเอง
นอกจากสินค้าที่ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์จะแตกต่างจากตลาดทั่วๆ ไปแล้ว วิธีการในการซื้อขายก็จะแตกต่างไปจากตลาดทั่วไป ก็คือว่า ถ้าคุณไปซื้ออาหารที่ตลาดสด คุณสามารถที่จะเลือกซื้ออาหารและต่อรองราคากับพ่อค้าแม่ค้าได้โดยตรง แต่การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์นั้น เราไม่สามารถจะซื้อขายกันได้โดยตรง ต้องซื้อขายผ่านคนกลางหรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่มีชื่อเล่นว่า Broker ซึ่งจะต้องได้รับใบอนุญาตการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ทั้งนี้คุณสามารถดูรายชื่อบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวได้จากเว็บไซต์ของก.ล.ต. (www.sec.or.th
                   ดังนั้น ถ้าหากคุณต้องการที่จะลงทุนในหุ้นสามัญ หรือที่เรียกกันว่า เล่นหุ้น คุณจำเป็นจะต้องไปเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับ Broker เหล่านั้นก่อน ซึ่งอาจจะเป็นการซื้อขายด้วยเงินสดที่เรียกว่าบัญชีเงินสด หรือซื้อขายด้วยเงินเชื่อที่เรียกว่า บัญชีมาร์จิ้น แต่ทั้งนี้ในการพิจารณาให้สินเชื่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ Broker จะพิจารณาจากฐานะการเงินและความน่าเชื่อถือของนักลงทุนแต่ละราย
ทั้งนี้ผู้ที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อาจจะเป็นแบ่ง 3 กลุ่มหลักๆ ด้วยกัน คือ นักลงทุนประเภทลูกค้าทั่วไป (หรือที่เรียกว่ากันว่ารายย่อย) นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนต่างประเทศ โดยนักลงทุนรายย่อยนั้นเป็นบุคคลทั่วๆ ไปที่มีการเปิดบัญชีซื้อขายกับBroker ส่วนนักลงทุนสถาบันจะเป็นกองทุนรวมต่างๆ ที่ระดมเงินจากนักลงทุนทั่วไป แล้วนำเงินทั้งหมดมาลงทุนร่วมกัน โดยจะทำการว่าจ้างผู้บริหารมืออาชีพมาทำการเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุนแทนเรานั่นเอง ส่วนนักลงทุนต่างประเทศจะเป็นนักลงทุนที่ซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นชาวต่างประเทศซึ่งอาจจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้
เนื่องจากในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีหลักทรัพย์ที่ทำการซื้อขายกันเกือบ 500 หลักทรัพย์ ดังนั้น ในการอธิบายการเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์เป็นรายตัวจึงค่อนข้างลำบาก เป็นเหตุให้มีการสร้างตัวแทนขึ้น เรียกชื่อกิ๊บเก๋ว่าเป็นดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีชื่อเล่นว่า SET Index นั่นเอง เจ้าดัชนีตัวนี้จะบอกว่าราคาของหลักทรัพย์โดยเฉลี่ยแล้วเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และเป็นกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบราคาของหลักทรัพย์โดยรวมในวันที่ 30 เมษายน 2518


ขอบคุณเรื่องราวดีดีจาก : ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล CFP®
www.thaipfa.co.th

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...