จัดพอร์ตให้รอดทุกสภาวะตลาด! งัดวิชา 5 กูรูชั้นนำ (พร้อมเคล็ดลับจาก 3 วิทยากรตัวท็อป ThaiPFA)
คุณเคยรู้สึกไหมครับว่า... ตลาดหุ้นทุกวันนี้คาดเดายากยิ่งกว่าอารมณ์คนเสียอีก? เดี๋ยวก็มีข่าวสงคราม เดี๋ยวก็มีเรื่อง AI เข้ามาดิสรัปต์ธุรกิจ (Disruption) นี่ยังไม่นับรวมเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่ผันผวนตลอดเวลา สำหรับนักลงทุนอย่างเรา คำถามที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ "เราจะกำไรได้มากแค่ไหนในวันที่ตลาดดี?" แต่คือ "เราจะเอาตัวรอดอย่างไรในวันที่ตลาดพัง?"
วันนี้ผมในฐานะนักเขียนบทความและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน จะขอพาคุณไปถอดรหัสลับการจัดพอร์ตการลงทุนจาก 5 กูรูชั้นนำระดับประเทศ ที่มาแชร์มุมมองในงาน SET Zoom in โดยความพิเศษคือ 3 ใน 5 ท่านนี้ เป็นถึงวิทยากรระดับปรมาจารย์ที่บรรยายให้กับศูนย์อบรม ThaiPFA ในหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP ไม่ว่าจะเป็น
คุณวิน พรมแพทย์ CFA
คุณพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFP®
คุณนฤมล บุญสนอง CFP®
รับรองว่าบทความนี้จะเปลี่ยนมุมมองการลงทุนของคุณ ให้พร้อมรับมือกับทุกวิกฤต และสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนแน่นอนครับ!
5 คัมภีร์จัดพอร์ตให้สตรอง รอดตายในทุกวิกฤต!
1. คัมภีร์ "Core Portfolio กระจายความเสี่ยงทั่วโลก" โดย คุณวิน พรมแพทย์, CFA
คุณวินเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการอยู่รอดคือ การทำ Asset Allocation หรือการกระจายสัดส่วนการลงทุน พอร์ตในฝันที่รอดทุกวิกฤตคือพอร์ตที่มีความสมดุล โดยแบ่งเป็น:
-
สินทรัพย์เสี่ยง (40-50%): เช่น หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโต
-
สินทรัพย์มั่นคง (50-60%): เช่น ตราสารหนี้ไทย ตราสารหนี้ต่างประเทศ ทองคำ และสินทรัพย์ทางเลือก ตัวอย่างการนำไปใช้: เมื่อเกิดสงคราม หุ้นมักจะตก แต่ราคาทองคำและตราสารหนี้มักจะปรับตัวขึ้น การมีสินทรัพย์หลายประเภทจะช่วยพยุงพอร์ตของคุณไม่ให้ติดลบหนัก เรียกว่า "เกื้อหนุนกันและกัน" พอร์ตแบบนี้ต่อให้เจอพายุลูกใหญ่แค่ไหนก็ไม่จมครับ [07:31]
2. คัมภีร์ "เงินสดคือพระเจ้า และปันผลคือเครื่องหล่อเลี้ยง" โดย คุณนฤมล บุญสนอง CFP®
พี่ลูกหมู (คุณนฤมล) กูรูสาวแกร่งที่มีประสบการณ์ในวงการกว่า 30 ปี มาพร้อมกับคอนเซปต์ "แก่แบบสวย รวยจนตาย" ในสภาวะตลาดผันผวน พี่ลูกหมูแนะนำให้จัดพอร์ตดังนี้:
-
ถือหุ้นปันผล (Passive Income 50-70%): เลือกหุ้นพื้นฐานดี ต้นทุนไม่แพง เพื่อรับเงินสดเข้ากระเป๋าอย่างสม่ำเสมอ
-
ถือเงินสดเตรียมช้อน: ในยามวิกฤต สินทรัพย์เสี่ยงจะปรับตัวลงแรง สิ่งที่ต้องมีคือ "เงินสด" เพื่อรอจังหวะช้อนซื้อของถูก (แต่ต้องค่อยๆ แบ่งไม้ช้อน ระวังช้อนหัก!) ตัวอย่างการนำไปใช้: หากคุณเห็นตลาดหุ้นร่วงหนักเพราะข่าวร้ายระยะสั้น อย่าเพิ่งตกใจขายทิ้ง แต่ให้ใช้เงินสดที่เตรียมไว้ทยอยเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาตกลงมาเกินจริง [03:02]
3. คัมภีร์ "เพิ่มเกราะป้องกันด้วย Futures & Options" โดย คุณพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFP®
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการยกระดับการป้องกันพอร์ต คุณพิชัยแนะนำให้แบ่งพอร์ตออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ:
-
ส่วนที่ 1: สินทรัพย์หลัก (ไม่ใช้ Leverage) เช่น หุ้น ดัชนี ตราสารหนี้ โดยปรับน้ำหนักตามสภาวะตลาด (เช่น ช่วงนี้ตลาดผันผวน อาจเพิ่มน้ำหนักตราสารหนี้ให้เยอะขึ้น)
-
ส่วนที่ 2: เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Futures & Options) ตัวอย่างการนำไปใช้: ในช่วงที่ตลาดเป็นขาลงชัดเจน แทนที่จะนั่งดูพอร์ตติดลบ คุณสามารถใช้ Futures หรือ Options เข้ามาช่วยป้องกันความเสี่ยง (Hedging) หรือแม้กระทั่งทำกำไรในขาลงได้ด้วย เรียกว่าเป็นการมอนิเตอร์ "Fund Flow" หรือกระแสเงินทุนอย่างใกล้ชิด [04:14]
4. คัมภีร์ "ผสานพลัง Defensive & Growth"
กูรูอีกท่านให้แนวคิดการจัดพอร์ตแบบผสมผสาน เพื่อตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงและการเติบโต:
-
Defensive Stock (สายตั้งรับ): เช่น หุ้นปันผลในไทย แม้ราคาหุ้นจะไม่หวือหวา แต่มียอดปันผลเข้ามาช่วยเป็นกันชน
-
Growth Stock (สายบุก): กองทุนหรือ ETF ต่างประเทศที่เน้นการเติบโต หากเราไม่เชี่ยวชาญหุ้นรายตัวในต่างประเทศ การซื้อผ่านกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมถูกก็เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม [04:47]
5. คัมภีร์ "สร้างเครื่องจักรผลิตกระแสเงินสด"
มุมมองจากกูรูท่านสุดท้าย เปรียบพอร์ตการลงทุนเป็น "เครื่องจักร" ที่ไม่ได้มีหน้าที่แค่เก็บเงิน แต่ต้อง "ผลิตกระแสเงินสด" ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเราได้ ในขณะเดียวกันตัวเครื่องจักร (มูลค่าพอร์ต) ก็ต้องมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นด้วย ยิ่งพอร์ตมีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งผลิตกระแสเงินสดให้เราได้มากขึ้นเท่านั้น [06:16]
สรุปวิธีนำไปปรับใช้จริงกับตัวคุณ (Action Plan)
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า "แล้วเราควรจัดพอร์ตแบบไหนดี?" คำตอบคือ "กลับมาดูที่ตัวเราเองก่อนครับ"
- ถามตัวเองก่อน: คุณรับความเสี่ยงได้แค่ไหน? คุณมีความรู้ในเครื่องมือทางการเงินมากน้อยเพียงใด?
- จัด Core พอร์ต: เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการมีหุ้นปันผลดีๆ เป็นฐานราก และกระจายเงินไปไว้ในตราสารหนี้เพื่อความอุ่นใจ
- กำเงินสดไว้บ้าง: อย่าลงทุนจนหมดหน้าตัก เผื่อเงินสดไว้เสมอสำหรับโอกาสที่มักจะมาในช่วงวิกฤต
- ศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา: หากคุณอยากมีความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และสามารถวางแผนการเงินให้รอดในทุกสภาวะแบบมืออาชีพ การเรียนรู้คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
หากคุณอยากเก่งและมีความรู้ระดับมืออาชีพแบบกูรูทั้ง 3 ท่าน! ผมขอแนะนำให้ลองศึกษาหลักสูตร นักวางแผนการเงิน CFP จากศูนย์อบรม ThaiPFA (สถาบันที่จัดอบรมแห่งแรกในไทย) ซึ่งกูรูทั้ง 3 ท่านนี้ก็เป็นวิทยากรตัวจริงที่พร้อมจะถ่ายทอดวิชาให้กับคุณ ไม่ว่าคุณจะเรียนเพื่อจัดพอร์ตให้ตัวเอง หรือต่อยอดเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ก็เป็นก้าวที่คุ้มค่าอย่างแน่นอนครับ
ชมคลิปวิดีโอฉบับเต็ม "จัดพอร์ตให้รอดทุกสภาวะตลาด งัดวิชา 5 กูรูชั้นนำ" ได้ที่นี่: https://youtu.be/fZdumfs5Vjg?si=I2XDW4VJqepwgLGf
ถูกใจบทความนี้ อย่าลืมแชร์ไปให้เพื่อนๆ นักลงทุนของคุณได้อ่านกันนะครับ เพื่อให้พวกเราทุกคนมีพอร์ตการลงทุนที่ "รอดและรวย" ไปด้วยกันในทุกสภาวะตลาด!