สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
เงินเท่ากัน แต่ชีวิตปลายทางทำไมไม่เหมือนกัน ?
 

เงินเท่ากัน แต่ชีวิตปลายทางไม่เหมือนกัน

เพราะปัญหาไม่ใช่ “ไม่รู้” แต่อาจเป็น “..................”


รายได้เท่ากันไม่ได้แปลว่าปลายทางต้องเหมือนกัน เพราะสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตอาจไม่ใช่ความรู้ แต่คือนิสัย ระบบ และการลงมือทำซ้ำ ๆ กับเงินทุกเดือน
 

เคยสงสัยไหมครับ

คนสองคนได้เงินเดือนเท่ากัน
เริ่มทำงานอายุพอ ๆ กัน
อยู่ในเมืองเดียวกัน
เข้าถึงอินเทอร์เน็ตเหมือนกัน
 

แต่ผ่านไป 20 ปี
 

คนหนึ่งมีเงินเก็บ
มีบ้านที่ผ่อนไหว
มีเงินลงทุน
มีทางเลือกว่าจะทำงานต่อหรือพัก
 

อีกคนยังหมุนเงินเดือนชนเดือน
มีหนี้หลายก้อน
และทุกครั้งที่มีเรื่องฉุกเฉิน ต้องเริ่มต้นด้วยคำว่า
 

“ขอยืมก่อนได้ไหม?”

ทำไมปลายทางถึงต่างกันขนาดนั้น?

เมื่อก่อนเราอาจตอบง่าย ๆ ว่า

“เพราะความรู้ไม่เท่ากัน”
 

ก็พอฟังขึ้นครับ
 

สมัยก่อนอยากรู้เรื่องหุ้น ต้องหาหนังสือ
อยากรู้เรื่องภาษี ต้องถามผู้รู้
อยากวางแผนเกษียณ บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องเริ่มจากตรงไหน
 

แต่วันนี้?

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

วิธีเก็บเงิน — มี
วิธีปลดหนี้ — มี
วิธีลงทุน — มี
กองทุน — มีคนสอน
ประกัน — มีคนอธิบาย
เกษียณ — มีเครื่องคำนวณ
ภาษี — มีคลิปเป็นร้อย
 

อินฟลูเอนเซอร์ก็มี
ผู้เชี่ยวชาญก็มี
หน่วยงานรัฐก็ทำข้อมูล
ตลาดหลักทรัพย์ก็สอน
ธนาคารก็ทำคอนเทนต์
บริษัทประกันก็ทำความรู้
 

เรียกได้ว่า

ความรู้เดินมาชนหน้าเราทุกวัน

แต่ชีวิตการเงินคนก็ยังต่างกันอยู่ดี

เพราะอะไร?

คำตอบอาจน่าเจ็บนิดหนึ่งครับ

เพราะการ “เข้าถึงข้อมูล” ไม่ได้แปลว่า “ลงมือทำ”
 

เรารู้ว่าควรออม
แต่ขอใช้ก่อน
 

รู้ว่าควรมีเงินฉุกเฉิน
แต่ของลดราคาวันนี้หมดเขตเที่ยงคืน
 

รู้ว่าควรลงทุนระยะยาว
แต่พอหุ้นตกก็กลัว
 

รู้ว่าหนี้บัตรแพง
แต่เดือนนี้ขอจ่ายขั้นต่ำก่อน
 

รู้ว่าควรวางแผนเกษียณ
แต่คำว่า “อีกตั้ง 20 ปี” ฟังดูไกลกว่าคำว่า “โปร 9.9”
 

นี่แหละครับ

มนุษย์ไม่ได้แพ้เพราะไม่มีข้อมูลเสมอไป
เราแพ้เพราะความต้องการวันนี้ เสียงดังกว่าอนาคต

คนที่ปลายทางต่างกันจึงไม่ได้ต่างกันแค่ IQ ทางการเงิน

แต่มักต่างกันที่ นิสัย

คนหนึ่งได้เงินเพิ่ม แล้วเพิ่มเงินออม

อีกคนได้เงินเพิ่ม แล้วเพิ่มมาตรฐานชีวิตทันที

คนหนึ่งเห็นเพื่อนซื้อรถใหม่ แล้วกลับมาดูงบตัวเอง

อีกคนเห็นเพื่อนซื้อรถใหม่ แล้วรู้สึกว่ารถตัวเองเริ่มเก่าขึ้นมาเฉย ๆ ทั้งที่เมื่อวานยังขับดีอยู่เลย

นี่คืออีกเรื่องที่ข้อมูลสู้ยากมาก
 

สังคม

เราไม่ได้ใช้เงินอยู่คนเดียว
 

เราใช้เงินอยู่ท่ามกลางเพื่อน
โซเชียล
ภาพความสำเร็จของคนอื่น
และโฆษณาที่ทำงานเก่งกว่าวินัยเรามาก
 

ต่อให้เรารู้ว่าไม่ควรซื้อ
 

ถ้าเห็นคนอื่นมีทุกวัน
วันหนึ่งเราก็เริ่มถามตัวเองว่า

“หรือเราก็ควรมี?”

แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่ง
 

ระบบ
 

คนที่ออมเก่งไม่ได้แปลว่าเขาห้ามใจเก่งทุกวัน
 

บางคนแค่ตั้งหักอัตโนมัติ
 

เงินเดือนเข้า 30,000
เงินลงทุนหายไปก่อน 3,000
 

เหลือ 27,000 ค่อยใช้
 

อีกคนได้เงิน 30,000 เต็ม ๆ
แล้วตั้งใจว่า
 

“เดือนนี้ถ้าเหลือจะออม”

สุดท้ายเหลือ…ประสบการณ์ครับ 

ดังนั้นชีวิตปลายทางต่างกัน บางครั้งไม่ได้เกิดจากความรู้มากกว่า

แต่เกิดจากคนหนึ่งสร้างระบบให้ตัวเอง

อีกคนฝากอนาคตไว้กับคำว่า

“เดี๋ยวค่อยทำ”

และอย่าลืมว่า บางคนก็มีข้อจำกัดจริง ๆ

เงินเดือนเท่ากัน ไม่ได้แปลว่าภาระเท่ากัน
 

คนหนึ่งอยู่บ้านพ่อแม่
อีกคนส่งเงินกลับบ้าน
 

คนหนึ่งไม่มีหนี้
อีกคนต้องรักษาพ่อแม่
 

คนหนึ่งมีสวัสดิการดี
อีกคนจ่ายทุกอย่างเอง
 

เพราะฉะนั้นอย่ารีบตัดสินว่า

“คนไม่มีเงินเก็บคือไม่มีวินัย”

ชีวิตไม่ได้เริ่มจากเส้นเดียวกันครับ

แต่ถึงจะเริ่มไม่เท่ากัน

สิ่งที่ยังพอทำได้คือ
 

ทำให้การตัดสินใจครั้งต่อไป ดีกว่าครั้งก่อน

นี่อาจเป็นคำตอบที่สำคัญที่สุด

ความรู้มีเยอะแล้ว

สิ่งที่ขาดอาจไม่ใช่ “ความรู้เพิ่ม”

แต่คือ
 

การแปลงความรู้ให้กลายเป็นพฤติกรรม
 

รู้ว่าออมดี
→ ตั้งโอนอัตโนมัติ
 

รู้ว่าหนี้แพง
→ รวมยอดหนี้วันนี้
 

รู้ว่าใช้เยอะ
→ แยกบัญชีใช้จ่าย
 

รู้ว่าต้องลงทุน
→ เริ่มด้วยเงินก้อนเล็ก
 

รู้ว่าเกษียณต้องใช้เงิน
→ คำนวณตัวเลขจริงสักครั้ง
 

ไม่ต้องทำหมดครับ

เลือกแค่เรื่องเดียวก่อน

เพราะชีวิตการเงินไม่ได้เปลี่ยนจากวันที่เราอ่านบทความดี ๆ จบ

มันเปลี่ยนจากวันที่
 

เราเอาบางอย่างในบทความนั้นไปทำจริง

สุดท้าย เงินเท่ากัน ปลายทางต่างกัน
 

ไม่ใช่เพราะคนหนึ่งโชคดีกว่าเสมอไป
ไม่ใช่เพราะคนหนึ่งเก่งกว่าเสมอไป
และไม่ใช่เพราะอีกคน “ไม่รู้”
 

หลายครั้งมันต่างกันเพียงเพราะ

คนหนึ่งทำเรื่องเล็ก ๆ ถูกทาง ซ้ำ ๆ นานพอ
 

อีกคนรู้เหมือนกัน

แต่ยังรอวันที่จะเริ่ม

ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่าตัวเองช้าไปแล้ว

ไม่เป็นไรครับ

เราไม่ต้องย้อนกลับไปแก้เงินเดือนก้อนแรก

แค่จัดการเงินก้อนถัดไปให้ดีขึ้น

เพราะปลายทางของชีวิตการเงิน

ไม่ได้ถูกตัดสินจากว่าเราเคยพลาดกี่ครั้ง

แต่มันยังเปลี่ยนได้จาก

สิ่งที่เราเลือกทำหลังจากวันนี้

ThaiPFA
อยากให้ทุกคนไม่เอาปลายทางของคนอื่นมาตัดสินตัวเองครับ เราอาจเริ่มไม่เหมือนกัน และเคยพลาดไม่เท่ากัน แต่เงินก้อนถัดไปยังเป็นโอกาสใหม่เสมอ แค่วันนี้เลือกให้ดีกว่าเมื่อวานอีกนิด ชีวิตการเงินก็เริ่มเปลี่ยนแล้วครับ
 

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#เงินเดือนเท่ากันชีวิตไม่เท่ากัน #นิสัยการเงิน #วางแผนการเงิน #เริ่มออมวันนี้ #ThaiPFA


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA