สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
ไทยกำลังเป็น Digital Hub หรือแค่ ที่จอดคอมพิวเตอร์ของโลก ?
 

Data Center แห่มาไทย…ชาวบ้านได้อะไร?

หรือเราจะได้แค่ตึกใหญ่ ๆ ที่กินไฟ แล้วบอกว่า “นี่คือเศรษฐกิจอนาคต”


Data Center แห่มาไทย เงินลงทุนมหาศาล แต่คำถามคือคนไทยได้อะไร งานดีขึ้นไหม ค่าไฟใครจ่าย และเรากำลังเป็น Digital Hub หรือแค่ที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ของโลก?
 

ช่วงนี้ได้ยินคำว่า Data Center บ่อยมากครับ

AWS มา
Google มา
TikTok มา
Cloud มา
AI มา

ตัวเลขลงทุนแต่ละโครงการก็ระดับหมื่นล้าน แสนล้าน จนฟังแล้วรู้สึกว่า

ประเทศไทยกำลังจะรวยแล้วใช่ไหม?

แต่ในฐานะชาวบ้าน เราน่าจะมีสิทธิถามว่า
 

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรา?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Data Center ไม่ใช่แค่โกดังที่เอาคอมพิวเตอร์ไปวางเรียงกัน
 

ทุกครั้งที่เราใช้ Mobile Banking
ดู Netflix
เรียก Grab
เก็บรูปบน Cloud
ใช้ AI
ซื้อของออนไลน์
หรือบริษัทเปิดระบบดิจิทัล
 

ข้อมูลเหล่านั้นต้องมีที่ เก็บ ประมวลผล และส่งกลับมาหาเรา

Data Center จึงเปรียบเหมือน

“โรงไฟฟ้าของโลกข้อมูล”
 

เราอาจไม่เคยเข้าไปเห็นมัน แต่ชีวิตดิจิทัลแทบทั้งหมดวิ่งผ่านมัน

นี่คือเหตุผลที่ประเทศไทยอยากมี
 

เพราะถ้าโครงสร้างพื้นฐานพวกนี้อยู่ในประเทศมากขึ้น ไทยก็มีโอกาสได้ Cloud และ AI ที่เร็วและเสถียรขึ้น ธุรกิจไม่ต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศทั้งหมด และยังต่อยอดไปถึง Cybersecurity, Software, Telecom, วิศวกรรม และระบบ Cloud ได้ด้วย BOI มอง Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI เช่นกัน (Bank of India)
 

ตอนนี้เรื่องนี้ไม่ใช่กระแสเล็ก ๆ แล้วนะครับ
 

BOI ระบุว่า Data Center ที่ได้รับการส่งเสริมแล้วมีถึง 55 โครงการ และมีความต้องการไฟฟ้ารวมกว่า 4.5 กิกะวัตต์ จนภาครัฐต้องเร่งวางระบบรองรับทั้งไฟฟ้า พลังงานสะอาด และพื้นที่ที่เหมาะสม 
 

ฟังถึงตรงนี้แล้ว

ดีสิครับ เอามาเยอะ ๆ เลย

ใจเย็นก่อน 

เพราะ Data Center มีเรื่องตลกร้ายอยู่ข้อหนึ่ง

มันใช้ เงินลงทุนมหาศาล
 

แต่ไม่ได้แปลว่าจะสร้างงานมหาศาลตามจำนวนเงินนั้นเสมอไป

งานศึกษาจากต่างประเทศพบว่า Data Center เป็นธุรกิจที่ใช้ทุนสูงมาก เมื่อสร้างเสร็จแล้วจำนวนงานประจำที่เกิดขึ้นอาจน้อยกว่าที่ตัวเลขเงินลงทุนทำให้เราจินตนาการ เพราะงานก่อสร้างจำนวนมากเป็นงานช่วงต้นโครงการ ขณะที่การดำเนินงานจริงใช้คนไม่มากนักเมื่อเทียบกับเงินลงทุน (Brookings)
 

ดังนั้นถ้าบอกว่า

“ต่างชาติลงทุนหนึ่งแสนล้าน ประเทศไทยได้หนึ่งแสนล้าน”

ก็ไม่ถูกครับ

เงินลงทุนไม่ใช่เงินที่รัฐบาลเอาไปแจกประชาชน

คำถามที่สำคัญกว่าคือ
 

เงินนั้นเหลือคุณค่าอะไรไว้ในประเทศไทยบ้าง?

คนไทยได้งานดีขึ้นไหม?
บริษัทไทยได้เป็น Supplier ไหม?
เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีไหม?
เด็กไทยได้เรียนทักษะใหม่ไหม?
SME ไทยได้ใช้ Cloud ถูกลงหรือดีขึ้นไหม?
รัฐบาลเก็บภาษีในระยะยาวคุ้มกับสิทธิประโยชน์ที่ให้ไปหรือเปล่า?
 

นี่ต่างหากคือ Scoreboard ที่ควรดู
 

เพราะเราไม่ได้ต้องการ Data Center เพื่อเอาไว้ถ่ายรูปตอนเปิดโครงการ

เราต้องการมันเพื่อทำให้ เศรษฐกิจรอบ ๆ โตตาม

ตรงนี้รัฐบาลเองก็เริ่มเห็นปัญหา จึงปรับเงื่อนไขให้โครงการต้องแสดงประโยชน์ที่จะเกิดกับประเทศไทย และกำหนดให้ตำแหน่งผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญต้องมีคนไทยไม่น้อยกว่า 50% ภายใน 3 ปี เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดความรู้มากขึ้น 
 

แล้วอีกเรื่องที่ชาวบ้านควรสนใจมากคือ

ไฟกับน้ำ

Data Center ไม่ได้กินข้าวครับ

แต่มัน กินไฟมหาศาล

และระบบระบายความร้อนบางแบบก็ต้องใช้น้ำ
 

จน BOI ต้องตั้งกลไกกลั่นกรองโครงการโดยดูทั้ง พลังงาน น้ำ สิ่งแวดล้อม และประโยชน์ต่อประเทศ รวมถึงกำลังจัดทำ Power & Water Map เพื่อดูว่าพื้นที่ไหนเหมาะกับการตั้ง Data Center จริง ๆ 
 

นี่คือเรื่องที่เราควรถามให้ดัง

ถ้า Data Center มาเพิ่ม
 

ไฟพอไหม?
น้ำพอไหม?
ใครเป็นคนลงทุนขยายระบบ?
ใช้พลังงานสะอาดแค่ไหน?
แล้วต้นทุนจะถูกผลักมาหาผู้ใช้ไฟทั่วไปหรือไม่?

 

ไม่ได้แปลว่าต้องต่อต้านครับ

แต่คำว่า

“ลงทุนจากต่างประเทศ”

ไม่ควรเป็นคาถาที่พูดแล้วเราหยุดตั้งคำถามทุกอย่าง
 

แล้วต้องมีเยอะขนาดไหน?

คำตอบของผมคือ

ไม่ต้องแข่งกันนับจำนวนตึก

ต้องแข่งกันที่ คุณภาพของ Data Center และคุณค่าที่ประเทศได้รับ
 

Data Center ที่ใช้ไฟมหาศาล
ใช้ที่ดิน
ใช้สิทธิภาษี
 

แต่เชื่อมกับเศรษฐกิจไทยน้อยมาก

กับ Data Center ที่สร้างคนไทยเก่งขึ้น ดึง Cloud และ AI Ecosystem เข้ามา ทำให้บริษัทไทยต่อยอดได้ และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ถึงชื่อจะเรียก Data Center เหมือนกัน

คุณค่าต่อประเทศไม่เท่ากันครับ
 

แล้วพวกเราชาวบ้านได้อะไร?
 

ถ้าประเทศทำเรื่องนี้ถูก
 

เราอาจได้บริการ Cloud และ AI ที่ดีขึ้น
ธุรกิจไทยมีต้นทุนเทคโนโลยีต่ำลง
เกิดงานด้าน Data, Cloud, Cybersecurity และวิศวกรรม
ลูกหลานเรามีอาชีพใหม่
SME มีเครื่องมือที่เมื่อก่อนเฉพาะบริษัทใหญ่เท่านั้นที่เข้าถึงได้
 

ปัจจุบันผู้ลงทุนรายใหญ่บางรายเริ่มทำหลักสูตรและโครงการพัฒนาคนไทยแล้ว เช่น AWS ร่วมพัฒนาหลักสูตร Data Center Engineering และโครงการทักษะ Cloud/AI ขณะที่ Google มีโครงการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้ SMEs และประชาชนจำนวนมาก 
 

แต่ประโยชน์เหล่านี้จะไม่วิ่งเข้าบ้านเราเองครับ

ถ้าเรายังคิดว่า
 

“Data Center เป็นเรื่องของคนไอที ไม่เกี่ยวกับฉัน”

นี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่สุด

20 ปีก่อน คนที่บอกว่า Internet ไม่เกี่ยวกับอาชีพตัวเอง

วันนี้แทบไม่มีอาชีพไหนหนี Internet พ้น

Data Center, Cloud และ AI ก็อาจกำลังเดินเส้นทางเดียวกัน

เราไม่ต้องไปเรียนสร้าง Server ทุกคนครับ
 

แต่ควรถามว่า

AI และ Cloud จะเปลี่ยนงานของเราอย่างไร
แล้วเราจะใช้โครงสร้างพื้นฐานใหม่นี้สร้างรายได้ให้ตัวเองได้อย่างไร

 

เพราะสุดท้าย

การมี Data Center เยอะ ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยรวยโดยอัตโนมัติ

เหมือนมีทางด่วนเยอะ

ไม่ได้แปลว่าทุกคนมีธุรกิจดีขึ้นเอง
 

สิ่งสำคัญคือ

เราใช้ถนนเส้นนั้นไปไหน

ดังนั้นอย่าเพิ่งตื่นเต้นแค่กับตัวเลข

“ลงทุนอีกแสนล้าน!”

ลองถามเพิ่มอีกประโยคว่า

“แล้วอีกสิบปี คนไทยเก่งขึ้น รวยขึ้น และมีโอกาสมากขึ้นจากเงินแสนล้านนั้นหรือเปล่า?”
 

ถ้าคำตอบคือใช่

Data Center ก็น่าต้อนรับครับ

แต่ถ้าเหลือไว้เพียงตึก Server ขนาดใหญ่
ใช้ไฟ ใช้น้ำ รับสิทธิภาษี

แล้วคนไทยได้แค่ยืนดูอยู่หน้ารั้ว

อันนั้นเราอาจไม่ได้เป็น Digital Hub
 

เราแค่เป็น

ที่จอดคอมพิวเตอร์ของโลก

ข่าวดีคือ วันนี้ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงที่กำหนดกติกาได้

และพวกเราเองก็ยังมีเวลาเตรียมทักษะให้พร้อม

ไม่จำเป็นต้องกลัวเทคโนโลยีครับ
 

แค่ต้องทำให้แน่ใจว่า

วันที่โลกเอาโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตมาตั้งอยู่หน้าบ้านเรา
พวกเราไม่ได้เป็นเพียงเจ้าของบ้าน

แต่ได้เป็น คนที่ใช้โอกาสจากมันด้วย

ThaiPFA
อยากให้ทุกคนตื่นเต้นกับอนาคตได้ครับ แต่อย่าหยุดแค่ตัวเลขเงินลงทุน ลองถามต่อว่าโอกาสนั้นไหลมาถึงคนไทยแค่ไหน เพราะเทคโนโลยีที่ดีที่สุด คือเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตและโอกาสของพวกเราดีขึ้นจริง ใช่หรือไม่ พวกเราต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ก่อน
 

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#DataCenter #DigitalHub #เศรษฐกิจดิจิทัล #AIThailand #ThaiPFA


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA