สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
รุ่นเราอาจเป็นรุ่นสุดท้ายที่เลี้ยงพ่อแม่…และรุ่นแรกที่ไม่มีลูกเลี้ยงเรา
 

เราอาจเป็น “มนุษย์เวอร์ชั่นพิเศษ”

Generation สุดท้ายที่ดูแลพ่อแม่…และ Generation แรกที่อาจไม่มีลูกมาดูแลเรา


เรายังดูแลพ่อแม่ แต่วันหนึ่งอาจไม่มีลูกหลานมาดูแลเรา บทเรียนสำคัญคือ อย่าฝากอนาคตไว้กับความหวัง ต้องสร้างเงิน สุขภาพ และทางเลือกให้ตัวเองตั้งแต่วันนี้
 

Admin มีโอกาสตาม อาจารย์ ปิง ธนาวัฒน์ CFP® ไปบรรยายหลายที่ และวันหนึ่งได้ฟังอาจารย์ไปพูดในรายการ มีเรื่องต้องคุย ทางช่อง 7HD

มีประโยคหนึ่งที่ฟังแล้วเงียบไปเลยครับ
 

“พวกเราอาจเป็น Generation สุดท้ายที่ยังดูแลพ่อแม่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจเป็น Generation แรกที่ไม่มีลูกหลานมาดูแลเรา”

เจ็บดีเนอะ

เพราะมันเหมือนอธิบายชีวิตคนวัยทำงานวันนี้ได้ในประโยคเดียว

เรายังโตมากับคำว่า

“ลูกต้องดูแลพ่อแม่”
 

เงินเดือนออก
ส่งให้แม่
 

พ่อป่วย
เราพาไปหาหมอ
 

ค่ารักษา
ค่าบ้าน
ค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณของพ่อแม่
 

หลายบ้าน ลูกยังเป็นเสาหลักเหมือนเดิม
 

แต่พอหันกลับมามองชีวิตตัวเอง
 

บางคนไม่มีลูก
บางคนมีลูกน้อยลง
บางคนเลือกไม่มี
บางคนอยากมีแต่ยังไม่พร้อม
 

แล้วคำถามที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ คือ

“ตอนเราแก่…ใครจะดูแลเรา?”

ตลกร้ายตรงที่

เรากำลังเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายของคนรุ่นก่อน

พร้อม ๆ กับต้องเก็บเงินเพื่อดูแลคนรุ่นเราเองในอนาคต

เงินก้อนเดียวกันเลยต้องทำหลายหน้าที่มากครับ
 

เลี้ยงพ่อแม่
เลี้ยงลูกถ้ามี
ผ่อนบ้าน
สร้างเงินสำรอง
ซื้อประกัน
ลงทุน
และยังต้องเตรียมเงินเกษียณของตัวเอง
 

นี่แหละที่ทำให้คำว่า “Sandwich Generation” ไม่ได้ฟังเหมือนศัพท์วิชาการอีกต่อไป

มันคือชีวิตจริง
 

แต่ที่น่าคิดกว่านั้นคือ Sandwich รุ่นนี้อาจมีขนมปังอีกแผ่นเพิ่มเข้ามา

คือ

“ตัวเราในวัยชรา ที่อาจต้องรับผิดชอบตัวเองมากกว่าคนรุ่นก่อน”

เมื่อก่อนการมีลูกจำนวนหนึ่งมีความหมายทางเศรษฐกิจชัดเจน
 

ลูกช่วยงาน
ลูกช่วยครอบครัว
แก่ไปลูกช่วยดูแล
 

แต่โลกวันนี้เปลี่ยนแล้ว

เราไม่ควรมีลูกเพราะคิดว่า

“แก่ไปจะได้มีคนเลี้ยง”

ลูกไม่ใช่กองทุนเกษียณครับ
 

และต่อให้มีลูก
 

เขาก็อาจต้องมีชีวิตของเขา
มีครอบครัวของเขา
มีหนี้
มีภาระ
หรืออยู่คนละประเทศกับเรา
 

การวางแผนวัยเกษียณด้วยประโยคว่า

“เดี๋ยวลูกดูแล”

จึงอาจเป็นแผนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าที่เราคิด

แล้ว Generation พิเศษแบบเราต้องทำยังไง?
 

อย่างแรกคือ

แยกความกตัญญู ออกจากแผนการเงิน

ดูแลพ่อแม่ได้ครับ

แต่ต้องรู้ว่าเราให้ได้เท่าไร โดยไม่ทำให้อนาคตตัวเองพัง

เพราะถ้าเราเอาเงินเกษียณของตัวเองออกมาดูแลพ่อแม่จนหมด

อีก 20 ปีข้างหน้า

วงจรเดิมก็อาจกลับมา

แค่เปลี่ยนจากพ่อแม่ของเรา

เป็น เราเอง
 

อย่างที่สองคือ

สร้างเงินเกษียณโดยตั้งสมมติฐานว่า “ไม่มีใครเลี้ยง”

ฟังดูใจร้ายหน่อย

แต่จริง ๆ สบายใจกว่าครับ

ถ้าวันหนึ่งมีลูกมาช่วย

ให้ถือว่าเป็นความรักที่ได้รับเพิ่ม

ไม่ใช่รายได้หลังเกษียณที่เราคำนวณไว้ล่วงหน้า
 

อย่างที่สามคือ

อย่าวางแผนแค่คำว่า “มีเงินพอใช้”

ต้องคิดถึง

ค่ารักษาพยาบาล
ค่าคนดูแล
บ้านที่เหมาะกับวัยชรา
การเดินทาง
ประกัน
รวมถึงวันที่เราอาจช่วยตัวเองได้น้อยลง
 

เพราะช่วงท้ายของชีวิต

สิ่งที่แพงที่สุดอาจไม่ใช่อาหารครับ

แต่คือ การมีคนมาช่วยทำสิ่งที่เราเคยทำเองได้ฟรี

และสุดท้าย

เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าเราต้องกลัวแก่

ตรงกันข้ามครับ

มันกำลังบอกว่า Generation ของเรามีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งที่คนรุ่นก่อนอาจไม่มี
 

เรารู้เรื่องนี้เร็วกว่า
 

เรารู้ว่าสังคมกำลังแก่
เรารู้ว่าเด็กเกิดน้อย
เรารู้ว่าอายุคนยืนขึ้น
เรารู้ว่าค่ารักษาแพง
และเรารู้แล้วว่า “ลูกจะดูแล” ไม่ใช่คำตอบเดียว
 

เมื่อรู้เร็ว
 

เราก็ยังมีเวลาปรับ
 

ออมเพิ่มได้
ลงทุนเพิ่มได้
ลดหนี้ได้
วางแผนประกันได้
คุยกับครอบครัวได้
และออกแบบชีวิตแก่ของตัวเองได้ตั้งแต่ยังไม่แก่
 

ประโยคของอาจารย์ปิงจึงไม่ได้ทำให้ Admin รู้สึกหดหู่ครับ

กลับรู้สึกว่า
 

นี่เป็นคำเตือนที่ดีมาก

เพราะเราอาจเป็น Generation แรกที่ไม่มีลูกหลานมาดูแลจริง

แต่เราก็อาจเป็น
 

Generation แรกที่เตรียมตัวไว้ดีพอ จนไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาดูแลทั้งหมดก็ได้

ถ้าเราวางแผนตั้งแต่วันนี้

บางทีคำว่า

“ไม่มีใครเลี้ยงตอนแก่”

อาจไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

มันอาจกลายเป็นเพียงว่า
 

“เราเลี้ยงตัวเองมาได้ดีพอ จนคนที่รักเราไม่ต้องแบกเราไว้ทั้งชีวิต”

และนั่นก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของความรักเหมือนกันครับ

ThaiPFA อยากให้ทุกคนดูแลพ่อแม่ด้วยความรัก และอย่าลืมดูแลอนาคตตัวเองด้วยครับ เราไม่จำเป็นต้องกลัววันที่ไม่มีใครเลี้ยง แค่ค่อย ๆ สร้างเงิน สุขภาพ และทางเลือกให้มากขึ้น วันนี้ก็ถือว่าเริ่มดูแลตัวเองในวันข้างหน้าแล้วครับ
 

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#SandwichGeneration #ดูแลพ่อแม่ #วางแผนเกษียณ #สังคมสูงวัย #ThaiPFA


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA