สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
คดีเงินวัด 92 ล้านสะเทือนศรัทธา…เราจะปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดซ้ำอีกกี่ครั้ง?
 

ศรัทธาไม่ควรต้องพึ่ง “ดวง”

ถ้าเงินทำบุญตรวจสอบไม่ได้ วันหนึ่งคนไทยอาจเลิกใจดีเพราะกลัวถูกหลอก


จากเงินทำบุญสู่คดี 92 ล้าน…ถ้าไม่โปร่งใส ศรัทธาจะเหลืออีกเท่าไร?
 

ช่วงนี้วงการผ้าเหลืองมีข่าวให้คนพุทธถอนหายใจกันแทบไม่ทัน

ล่าสุดกรณี อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หรือ “หลวงพ่อโชติ” ถูกจับตามหมายศาลในข้อหาเกี่ยวกับการเบียดบังทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และฟอกเงิน หลังเจ้าหน้าที่ระบุความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท พร้อมมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ถูกนำมาใช้ประกอบการสอบสวน ขณะนี้คดียังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม จึงต้องแยกให้ชัดระหว่าง “ข้อกล่าวหาและหลักฐานของเจ้าหน้าที่” กับคำพิพากษาถึงที่สุดครับ (Thai PBS)
 

เรื่องนี้ฟังแล้วทั้งขำทั้งเจ็บ
 

เพราะทุกครั้งที่เกิดข่าวแบบนี้ สังคมก็จะมี “ฉายาใหม่” ให้จำ
 

แก๊งผ้าเหลือง
โต๊ะแดง
14 วิ
แล้วเดี๋ยวคงมีคำใหม่ตามมาอีก
 

ตอนแรกก็ขำครับ

แต่พอคิดดี ๆ มันไม่ค่อยน่าขำเท่าไร

เพราะทุกมุกที่เกิดขึ้น
มันหักออกมาจาก ทุนศรัทธา
 

และทุนศรัทธานี่สร้างยากกว่าทุนการเงินเยอะมาก

เงิน 92 ล้าน หาใหม่ได้ไหม?
 

อาจได้

แต่ถ้าคนเริ่มรู้สึกว่า
 

“บริจาคไปแล้วเข้าวัดจริงไหม?”
“เข้าบัญชีวัดหรือเข้าบัญชีใคร?”
“ทำบุญแล้วได้บุญ หรือได้เป็น Sponsor ให้ใครใช้ชีวิตหรู?”
 

อันนี้แก้ยากกว่าเยอะ

คนไทยใจดีครับ

ยิ่งเรื่องศาสนา ยิ่งให้ด้วยความเชื่อใจ
 

หลายคนบริจาคโดยไม่ถามใบเสร็จ
ไม่ดูบัญชี
ไม่ถามว่าเงินไปไหน
 

เพราะรู้สึกว่า

“ทำบุญ จะไปจับผิดทำไม”

นี่แหละครับคือจุดที่น่าคิด

เราระวังเงินเวลาซื้อของ 500 บาท

แต่บางทีบริจาค 50,000 บาท กลับไม่ถามอะไรเลย
 

เพราะคำว่า

“ศรัทธา”

ถูกใช้แทนคำว่า

“ตรวจสอบ”

มานานเกินไป
 

ปัญหาจริงจึงไม่ใช่แค่มีพระบางรูปประพฤติผิด
 

แต่คือระบบการเงินวัดจำนวนมากยังเปิดช่องให้ความเชื่อส่วนบุคคลมีน้ำหนักมากกว่ากลไกตรวจสอบ
 

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเองมีระบบบัญชีรายรับ-รายจ่ายสำหรับวัด และระบุชัดว่าการทำบัญชีมีไว้เพื่อป้องกันเงินรั่วไหล แสดงความโปร่งใส และใช้เป็นหลักฐานตรวจสอบได้ (Office of National Buddhism)
 

ในปี 2569 ยังมีการผลักดันให้วัดส่งรายงานบัญชีรายรับ-รายจ่าย และใช้ e-Donation มากขึ้น เพื่อให้เงินบริจาคเข้าสู่ระบบที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ไหลเข้าบัญชีบุคคลแบบตามใจใคร (pbr.onab.go.th)
 

แปลว่า

เราไม่ได้ไม่มีเครื่องมือ

เรามีแล้ว

คำถามคือ

ใช้จริงแค่ไหน และตรวจจริงแค่ไหน

นี่ต่างหากที่สำคัญ

ถ้าเรารู้ว่าปัญหาจะเกิดซ้ำ แล้วทุกครั้งแก้ด้วยการแถลงข่าว ตั้งคณะกรรมการ รอเรื่องเงียบ แล้วกลับไปเหมือนเดิม

มันก็ไม่ใช่ “เหตุการณ์ไม่คาดคิด” แล้วครับ

มันคือ ระบบที่ยอมให้เรื่องเดิมเกิดซ้ำ
 

นักวิชาการเคยชี้ตรง ๆ ว่า การเงินวัดมีจุดอ่อนจากอำนาจที่กระจุกอยู่กับผู้บริหารวัด และระบบตรวจสอบบัญชียังไม่เข้มพอ จึงเสนอให้มีการเปิดเผยบัญชีต่อสาธารณะและเพิ่มกลไกตรวจสอบจากภายนอก (Thai PBS)
 

พูดง่าย ๆ คือ

ถ้าเงินเป็นของสาธารณะ

การตรวจสอบก็ไม่ควรเป็นเรื่องส่วนตัว

แล้วพวกเราทำอะไรได้บ้าง?
 

อย่างแรก

บริจาคด้วยศรัทธาได้ แต่บริจาคผ่านช่องทางที่ตรวจสอบได้

ถ้ามี e-Donation ใช้ครับ
 

อย่างที่สอง

อย่าอายที่จะถาม

เงินไปไหน
โครงการอะไร
ใครดูแล
มีรายงานไหม
 

คนที่ตั้งใจดีจริง ไม่ควรกลัวคำถามพวกนี้
 

อย่างที่สาม

เลิกคิดว่า

“ตรวจสอบ = ไม่ศรัทธา”

ตรงกันข้ามครับ

การตรวจสอบคือสิ่งที่ช่วยให้ศรัทธาอยู่ได้นานขึ้น

เพราะศาสนาที่เข้มแข็ง ไม่ควรต้องขอให้คนเชื่อแบบหลับตา
 

และสุดท้าย

อย่าเหมารวมพระทั้งหมดจากคนที่ทำผิด
 

พระดีมีอีกมาก
วัดดีมีอีกมาก
คนทำงานเพื่อชุมชนจริงก็มีอีกมาก
 

ถ้าเราเหมารวมหมด

คนที่เสียประโยชน์ไม่ใช่คนผิดอย่างเดียว

แต่คือคนดีที่กำลังทำงานอยู่เงียบ ๆ ด้วย

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดจึงไม่ใช่ข่าวฉาวอีกหนึ่งข่าว

แต่คือวันที่คนฟังแล้วพูดว่า
 

“อีกแล้วเหรอ…ช่างมันเถอะ”

เพราะนั่นหมายความว่าเราไม่ได้โกรธแล้ว

เราเริ่ม หมดศรัทธา

และเมื่อถึงวันนั้น
 

จะเรียกคนกลับมาทำบุญ
กลับมาเชื่อ
กลับมารู้สึกว่าศาสนสถานคือพื้นที่ปลอดภัยทางใจ
 

อาจยากกว่าการตามเงิน 92 ล้านกลับมาเสียอีก

เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้เราต้องมีฉายาใหม่ทุกปี

คำตอบอาจไม่ใช่การภาวนาให้
 

“ขออย่าให้มีพระแบบนี้อีกเลย”

แต่คือสร้างระบบให้

“ถ้ามี ก็ทำผิดยากขึ้น ซ่อนเงินยากขึ้น และตรวจเจอเร็วขึ้น”

ศรัทธาที่แท้จริง
 

ไม่ควรกลัวแสงครับ
 

ยิ่งโปร่งใส
ยิ่งน่าเชื่อถือ
 

และถ้าวันนี้เราเริ่มถามมากขึ้น ตรวจมากขึ้น และเลือกบริจาคอย่างมีข้อมูลมากขึ้น

นั่นไม่ได้ทำให้เราเป็นคนใจร้ายน้อยลง
 

มันแค่ทำให้ ความใจดีของเรา ถูกใช้ไปในที่ที่ควรจะไปจริง ๆ


ThaiPFA
อยากให้ทุกคนยังทำความดีและรักษาศรัทธาไว้ครับ แต่ศรัทธาไม่จำเป็นต้องแปลว่าเราต้องหลับตาเชื่อ การถาม การตรวจสอบ และการเลือกบริจาคผ่านช่องทางโปร่งใส ไม่ได้ทำให้บุญลดลง กลับช่วยให้ความตั้งใจดีของเราไปถึงคนและสถานที่ที่ควรได้รับจริง ๆ ครับ
 

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#เงินทำบุญ #ความโปร่งใส #ตรวจสอบเงินวัด #ศรัทธาพุทธศาสนา #ThaiPFA


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA