สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
มือถือเกือบแสน มันสะท้อนอะไร ?
 

เราไม่ได้มาถึงยุค “มือถือเกือบแสน” แล้วครับ

เรามาถึงยุค “มือถือทะลุแสน” เรียบร้อยแล้ว


มือถือแตะแสนแล้ว…เรากำลังซื้อเทคโนโลยี หรือซื้อสถานะทางสังคม?
 

เห็นราคามือถือรุ่นใหม่ช่วงนี้แล้ว Admin มีคำถามหนึ่งขึ้นมาเลยครับ

“โทรศัพท์หนึ่งเครื่อง…ต้องทำงานกี่วัน ถึงจะได้มันมา?”

เพราะตอนนี้ Apple ประเทศไทยเปิดราคา iPhone 18 Pro ความจุ 2TB ที่ 100,900 บาท ขณะที่ iPhone Duo รุ่นพับได้เริ่มต้น 79,900 บาทแล้ว (Apple)
 

หนึ่งแสนบาทครับ

สมัยก่อนคำว่า “หนึ่งแสน”
 

เราอาจนึกถึงเงินดาวน์รถ
เงินฉุกเฉิน
ทุนเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ
หรือเงินเก็บก้อนแรก
 

วันนี้…

มันซื้อโทรศัพท์ได้หนึ่งเครื่อง

ตลกร้ายดีนะครับ 

แต่เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า Apple ผิดที่ตั้งราคาแพง
 

ถ้ามีคนซื้อ
บริษัทก็มีสิทธิตั้ง
 

คนทำงานด้านภาพ วิดีโอ คอนเทนต์ หรือใช้โทรศัพท์สร้างรายได้จริง ๆ เครื่องราคาแสนอาจเป็น เครื่องมือทำมาหากิน และอาจคุ้มสำหรับเขา
 

ปัญหาคือ

คนอีกจำนวนหนึ่งไม่ได้ซื้อเพราะมันสร้างรายได้เพิ่ม

แต่ซื้อเพราะรู้สึกว่า
 

“รุ่นใหม่ออกแล้ว เครื่องเราเก่าไปทันที”

ทั้งที่เมื่อวานยังใช้ดีอยู่เลย

นี่ต่างหากที่น่าคิด
 

มือถือแพงขึ้นกำลังบอกอะไรเรา?

อย่างแรก มันกำลังบอกว่า ตลาดมือถือระดับบนไม่ได้ขายแค่เทคโนโลยีแล้ว
 

มันขาย
 

ประสบการณ์
ความสะดวก
ภาพลักษณ์
สถานะ
และความรู้สึกว่าเราได้ถือ “ของดีที่สุด”
 

พอสินค้ากลายเป็น Lifestyle Product

เพดานราคาก็สูงขึ้นได้เรื่อย ๆ

เพราะเราไม่ได้ถามแค่

“มันทำอะไรได้?”

แต่เริ่มถามว่า

“มันบอกอะไรเกี่ยวกับฉัน?”

และสองคำถามนี้ทำให้คนยอมจ่ายไม่เท่ากัน

อย่างที่สอง ราคาที่สูงขึ้นไม่ได้มาจากการตลาดอย่างเดียว
 

Reuters รายงานว่ารอบนี้ Apple ปรับราคาในหลายตลาด ท่ามกลางต้นทุนชิปหน่วยความจำและสตอเรจที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับความต้องการมหาศาลจาก AI และ Data Center (Reuters)
 

โลก AI จึงมีเรื่องประชดอีกอย่างหนึ่ง

เราอาจไม่ได้ใช้ AI มากขึ้นอย่างเดียว

แต่กำลังแข่งกับ Data Center เพื่อซื้อชิปด้วย

สุดท้ายต้นทุนบางส่วนก็วิ่งกลับมาที่ Gadget ในมือเรา
 

แล้วมันจะไปถึงไหน?

ไม่มีใครตอบได้ว่ามือถือแพงสุดจะหยุดที่เท่าไร

แต่ทิศทางที่เห็นชัดคือ
 

ตลาดบนยังสามารถแพงขึ้นได้
 

Apple เปิดตัว iPhone Duo ที่สหรัฐฯ เริ่ม $1,999 และรุ่นความจุสูงสุดไปถึง $3,199 ซึ่ง Reuters มองว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อาจมีลักษณะเป็นสินค้าหรูและสินค้าสำหรับ Early Adopter มากกว่าจะเป็นมือถือสำหรับคนทั่วไป (Reuters)
 

เพราะฉะนั้นวันหนึ่งเราเห็นมือถือ 120,000 หรือ 150,000 บาท
 

ก็อย่าเพิ่งตกใจครับ

รถยนต์มีตั้งแต่หลักแสนถึงหลายสิบล้าน

นาฬิกามีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักล้าน

มือถือกำลังเดินเข้าสู่โลกแบบเดียวกัน
 

มีรุ่นสำหรับใช้งาน
และมีรุ่นสำหรับคนที่อยากได้ที่สุดของตลาด

 

เรื่องสำคัญจึงไม่ใช่ว่า

“มือถือแพงเกินไปหรือเปล่า?”
 

แต่คือ

เราจำเป็นต้องซื้อรุ่นที่แพงที่สุดของตลาดหรือเปล่า?

 

ถ้าโทรศัพท์ราคา 100,000 บาท
 

แล้วซื้อมาใช้สร้างรายได้
ทำงานเร็วขึ้น
ถ่ายงานแทนอุปกรณ์อื่น
ใช้หลายปี
 

อาจสมเหตุสมผลครับ
 

แต่ถ้าซื้อมาเพื่อ
 

LINE
Facebook
TikTok
ถ่ายอาหาร
แล้วตอนสิ้นเดือนต้องหมุนบัตรเครดิต
 

อันนี้มือถือไม่ได้แพงเกินไปครับ

มันแค่แพงเกินชีวิตเราในตอนนี้

และตรงนี้อยากให้ระวังคำหนึ่งมาก
 

“ผ่อนได้”

ของราคาแสน

พอแบ่ง 10 เดือน

จู่ ๆ เหลือเดือนละหมื่น

แล้วสมองจะเริ่มพูดว่า
 

“เออ…ก็พอไหวนะ”

นี่คือความมหัศจรรย์ของการแบ่งงวดครับ

มันไม่ได้ทำให้ของถูกลง
 

มันแค่ทำให้เราเห็น ราคาเต็มไม่ชัดเท่าเดิม

ก่อนซื้อมือถือเครื่องต่อไป ลองไม่ถามว่า

“มีเงินซื้อไหม?”
 

แต่ถามสี่เรื่องนี้
 

เครื่องเดิมยังตอบโจทย์อยู่หรือไม่
เครื่องใหม่ช่วยสร้างรายได้หรือคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นแค่ไหน
ซื้อแล้วเป้าหมายอื่นต้องเลื่อนหรือเปล่า
และถ้าราคาเครื่องนี้ถูกหักออกจากบัญชีวันนี้เต็มจำนวน เรายังซื้ออยู่ไหม
 

คำถามสุดท้ายดีมากครับ

เพราะมันแยก

“อยากได้”

ออกจาก

“พร้อมจ่าย”

ได้ค่อนข้างชัด
 

เราไม่ได้ต้องต่อต้านของแพงครับ

คนมีเงิน ซื้อของที่ตัวเองรักได้เต็มที่

ชีวิตไม่ได้เกิดมาเพื่อออมอย่างเดียว
 

แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดคือ
 

ทำงานหลายเดือน
เพื่อซื้อของหนึ่งชิ้น
แล้วต้องทำงานต่ออีกหลายเดือน
เพื่อแก้ผลจากการซื้อของชิ้นนั้น

 

มือถือหนึ่งแสนไม่ได้น่ากลัวที่สุดครับ

สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ

วันที่ราคาของเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

แล้วมาตรฐานความสุขของเราเพิ่มตามมันทุกปี

เพราะการแข่งขันแบบนั้น

ไม่มีวันชนะ
 

วันนี้รุ่น 18
ปีหน้าก็มีของใหม่
กล้องดีขึ้น
ชิปเร็วขึ้น
จอใหม่ขึ้น
 

ของใหม่ไม่มีวันหมดครับ

แต่เงินและเวลาที่เราเอาไปแลกมัน

มีจำกัด

ดังนั้น ถ้าซื้อแล้วมีความสุขและไม่กระทบชีวิต

ซื้อครับ

แต่ถ้าต้องฝืน

ใช้เครื่องเดิมต่อไม่ได้แปลว่าเราตามโลกไม่ทัน

บางครั้งมันแปลว่า
 

เราเริ่มรู้แล้วว่า ไม่ใช่ของใหม่ทุกชิ้นต้องกลายเป็นรายจ่ายใหม่ของเรา

มือถืออาจแพงขึ้นไปอีก

แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่จำเป็นต้องปล่อยให้แพงตามมัน

คือ

ราคาที่เราต้องจ่ายเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองประสบความสำเร็จ

ThaiPFA อยากให้ทุกคนซื้อของที่ชอบได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดครับ แค่ไม่ต้องเอาราคาของใหม่มาเป็นราคาคุณค่าของตัวเอง ใช้เครื่องเดิมต่อก็ไม่ได้ทำให้เราด้อยลง และถ้าซื้อแล้วชีวิตยังสบาย นั่นก็เป็นความสุขที่เราเลือกได้อย่างมีสติครับ
 

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#มือถือราคาแสน #คิดก่อนซื้อ #LifestyleInflation #วางแผนการเงิน #ThaiPFA


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA