สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
มีหนี้ 5 ก้อน เงินไม่พอทุกก้อน…ต้องจ่ายอันไหนก่อนถึงจะรอด?
 

มีหนี้ 5 ก้อน…ตกลงต้องจ่ายก้อนไหนก่อน?

เพราะ “โปะก้อนดอกแพงที่สุด” อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน


มีหนี้ หลายก้อน…ตกลงต้องจ่ายก้อนไหนก่อน
 

Admin ไปฟัง ThaiPFA Talk on LIVE อีก EP แล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้โดนคนเป็นหนี้มากครับ

เพราะตอนเรารู้ตัวว่า

“โอเค หนี้เยอะแล้ว ต้องแก้จริงจังสักที”

เรามักคิดว่าปัญหาใหญ่ที่สุดคือ

ไม่มีเงิน

แต่พอรวมหนี้ทั้งหมดออกมาตรงหน้าแล้ว ปัญหาใหม่เกิดขึ้นทันทีครับ
 

“แล้วจะจ่ายอันไหนก่อนวะ?” 

บัตรเครดิตก็มี
สินเชื่อส่วนบุคคลก็มี
รถก็ต้องผ่อน
บ้านก็ต้องจ่าย
บางคนยังมีหนี้ญาติ หนี้สหกรณ์ หรือหนี้ธุรกิจพ่วงมาอีก
 

ถามคนหนึ่ง เขาบอก

“ปิดดอกเบี้ยแพงที่สุดก่อนสิ จะได้ประหยัดดอก”

ถามอีกคน บอก

“ไม่ เอาก้อนเล็กที่สุดก่อน จะได้ปิดเร็ว มีกำลังใจ”

ฟังทั้งสองคนก็ถูกทั้งคู่

แล้วตกลง…
 

เราต้องเชื่อใคร?

นี่คือเหตุผลที่ ThaiPFA ชวน คุณประสิทธิ์ โรจนาภากุล AFPT™ รองประธานมูลนิธิตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA Foundation), FChFP, MDRT และหมอหนี้อาสา ธนาคารแห่งประเทศไทยรุ่นแรก มาคุยเรื่อง
 

“หนี้หลายก้อน จ่ายอันไหนก่อนดี?”

ฟังแล้วได้คำตอบสำคัญมากครับว่า

ไม่มีสูตรเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

เพราะการแก้หนี้ไม่ได้ดูแค่

“ดอกเบี้ยกี่เปอร์เซ็นต์”

แต่ต้องดูว่า
 

หนี้ก้อนไหนกำลังสร้างปัญหากับชีวิตมากที่สุด
กระแสเงินสดเราเหลือเท่าไร
ทรัพย์สินอะไรจำเป็นต้องรักษา
มีเงินสำรองหรือยัง
และเรายังจ่ายขั้นต่ำทุกก้อนได้หรือเปล่า
 


 

สมมติเรามีหนี้ 5 ก้อน

บัตรเครดิต 80,000 บาท
สินเชื่อส่วนบุคคล 150,000 บาท
รถ 400,000 บาท
บ้าน 2 ล้านบาท
แล้วมีหนี้ก้อนเล็กอีก 20,000 บาท
 

ถ้าดูคณิตศาสตร์อย่างเดียว

คำตอบมักเป็น

เอาเงินส่วนเกินไปโปะหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน

วิธีนี้เรียกว่า Debt Avalanche

ข้อดีคือระยะยาวมีโอกาสเสียดอกเบี้ยน้อยกว่า

แต่สำหรับบางคน

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เครื่องคิดเลขครับ

มันอยู่ที่ใจ
 

จ่ายมา 6 เดือน
หนี้ยังมีตั้ง 5 ก้อนเหมือนเดิม
 

เริ่มเหนื่อย
เริ่มท้อ
 

สุดท้ายกลับไปใช้บัตรอีก

บางคนจึงเหมาะกับ Debt Snowball

คือปิดยอดเล็กที่สุดก่อน

20,000 หมด

จากหนี้ 5 ก้อน เหลือ 4

เดือนต่อมาเหลือ 3

ตัวเลขดอกเบี้ยอาจไม่ได้เหมาะที่สุด

แต่สมองเริ่มรู้สึกว่า

“เฮ้ย เราทำได้นี่หว่า”

แล้วทำต่อได้ยาวกว่า

ดังนั้นแผนที่ดีที่สุด

ไม่จำเป็นต้องเป็นแผนที่ Excel ชอบที่สุด

แต่ต้องเป็นแผนที่

มนุษย์คนนี้ทำต่อเนื่องได้จริง
 



แต่มีข้อยกเว้นสำคัญมาก

หนี้บางก้อน “ต้องรีบ” แม้ดอกเบี้ยจะไม่ได้สูงที่สุด

ถ้าบ้านกำลังจะถูกยึด
รถที่ใช้ทำงานกำลังจะถูกยึด
มีหมายหรือกระบวนการทางกฎหมาย
หรือหนี้บางก้อนกำลังกระทบความสามารถในการหาเงิน
 

เราอาจต้องจัดการก้อนนั้นก่อน

เพราะการแก้หนี้ไม่ใช่การแข่งขันว่า

“ใครประหยัดดอกเบี้ยได้มากที่สุด”

แต่คือการทำให้

ชีวิตยังเดินต่อได้ ขณะที่หนี้กำลังลดลง

ต่างหาก
 



อีกเรื่องที่คนมักพลาดมากคือ

ได้เงินก้อนมาแล้วรีบเอาไปโปะหนี้ทั้งหมด

โบนัสออก 100,000

หนี้อยู่ 100,000

ปิดเลย!

รู้สึกโล่งมากครับ

แล้วอีกสองสัปดาห์…

รถเสีย 20,000

เงินสดเหลือ 0

ทำไง?

รูดบัตรใหม่

กลับมาเป็นหนี้อีกรอบ 

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า

ก่อนเอาเงินทั้งหมดไปโปะ
 

ต้องถามว่า

“ถ้าพรุ่งนี้เกิดเรื่องฉุกเฉิน เรายังมีเงินอยู่ไหม?”

คนแก้หนี้ก็ต้องมีเงินสำรองครับ

อาจยังไม่ต้องใหญ่ถึงระดับที่คนไม่มีหนี้ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่วันแรก แต่ควรมี Buffer ที่เหมาะกับชีวิตและความเสี่ยงของตัวเองก่อน

เพราะเราไม่ได้ต้องการแค่

“ปิดหนี้ให้หมดเร็ว”

เราต้องการ

“ปิดแล้วไม่กลับไปเป็นอีก”
 



แล้วถ้าเงินไม่พอจ่ายทุกก้อนล่ะ?

นี่สำคัญมากครับ

อย่าหาย

อย่าปิดโทรศัพท์

และอย่ารอจนค้างหลายงวดแล้วค่อยเริ่มคุย

คุยกับเจ้าหนี้เร็วที่สุด
 

ขอปรับโครงสร้าง
ดูทางเลือกลดค่างวด
ขยายระยะเวลา
หรือหาวิธีจัดภาระให้กลับมาอยู่ในระดับที่จ่ายได้
 

บางครั้งเราไม่ได้ต้องการเงินเพิ่ม

เราแค่ต้องการ

“โครงสร้างหนี้ใหม่ที่เข้ากับรายได้จริงของเรา”
 



ถ้าคืนนี้คุณกลับบ้าน แล้วมีหนี้อยู่ 5 ก้อน

ลองทำง่าย ๆ แบบนี้ครับ

เอากระดาษหนึ่งแผ่นออกมา

เขียนทุกก้อนลงไป
 

ยอดคงเหลือเท่าไร
ดอกเบี้ยเท่าไร
ต้องจ่ายเดือนละเท่าไร
ค้างอยู่หรือไม่
มีหลักประกันอะไร
ถ้าไม่จ่าย จะเกิดอะไรขึ้น

 

พอเขียนครบ

หลายคนจะเห็นภาพทันทีว่า

หนี้ทุกก้อนไม่ได้เร่งด่วนเท่ากัน

จากนั้นจ่ายภาระที่จำเป็นตามข้อตกลงให้ครบเท่าที่สามารถทำได้

แล้วเลือก “เป้าหมายหลักหนึ่งก้อน”

ไม่ต้องเอาแรงทั้งหมดไปสู้กับห้าก้อนพร้อมกัน

ปิดทีละก้อน

เงินที่เคยจ่ายก้อนแรก

เอาไปสมทบก้อนถัดไป

แล้วค่อย ๆ ไล่ลงมา

วันหนึ่งจะเห็นว่า

ยอดที่เคยเหมือนภูเขา

เริ่มเตี้ยลงจริง ๆ
 



และอยากฝากเรื่องหนึ่งสำหรับคนที่กำลังเป็นหนี้เยอะ

อย่าเอาตัวเลขหนี้

ไปแปลเป็นคุณค่าของตัวเองครับ

มีหนี้ ไม่ได้แปลว่าเป็นคนล้มเหลว
 

บางคนเป็นหนี้เพราะตัดสินใจพลาด
บางคนเพราะธุรกิจ
บางคนเพราะครอบครัว
บางคนเพราะเจ็บป่วย
บางคนเพราะไม่เคยมีใครสอนเรื่องเงินมาก่อน
 

อดีตย้อนกลับไปแก้ไม่ได้

แต่ยอดหนี้วันนี้

ยังจัดการได้

เราไม่จำเป็นต้องปลดหนี้หมดในเดือนเดียว

เป้าหมายแรกอาจง่ายกว่านั้นมาก
 

เดือนนี้ หนี้รวมต้องไม่เพิ่ม

เดือนหน้า ต้องลดลงอีกนิด

และชีวิตต้องยังเดินต่อได้

ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

จากคนที่เคยไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน

วันหนึ่งเราอาจกลายเป็นคนที่พูดได้เต็มปากว่า

“หนี้ก้อนสุดท้าย…ปิดเรียบร้อยแล้ว”

ไม่ต้องแข่งกับใครครับ

แค่ให้ยอดหนี้ของเรา

เล็กกว่าเมื่อวาน

ก็ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว

ThaiPFA อยากให้ทุกคนรู้ว่า การมีหนี้หลายก้อนไม่ได้แปลว่าไม่มีทางออกครับ ไม่ต้องรีบแก้ทุกก้อนพร้อมกัน แค่เริ่มจากมองตัวเลขจริง จัดลำดับให้ถูก และทำให้ยอดหนี้ลดลงทีละนิด โดยที่ชีวิตเรายังเดินต่อได้ เท่านี้ก็ถือว่าเริ่มกลับมาคุมเกมการเงินของตัวเองแล้วครับ
 

— ด้วยความห่วงใยและเป็นกำลังใจจาก ThaiPFA


#หนี้หลายก้อน #จัดการหนี้ #ปลดหนี้ #วางแผนการเงิน #ThaiPFA

 


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA