สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
ลายเซ็นเดียว อาจแพงกว่าที่คิด! ก่อนค้ำประกันต้องรู้ 5 เรื่องนี้
 

“ช่วยค้ำให้หน่อย…ไม่ได้เสียเงิน แค่เซ็นชื่อเอง”

ประโยคสั้น ๆ ที่บางคนต้องใช้เวลาเป็นสิบปีเพื่อจ่ายราคาให้มัน


ลายเซ็นเดียว อาจแพงกว่าที่คิด! ก่อนค้ำประกันต้องรู้ 5 เรื่องนี้
 

Admin ไปดู ThaiPFA Talk on LIVE ตอนหนึ่งมา แล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่อยากให้ทุกคนได้ฟังจริง ๆ ครับ

หัวข้อคือ

“เป็นหนี้เพราะค้ำประกันให้คนอื่น ต้องทำยังไง?”

กับ พี่ลูกหมู นฤมล บุญสนอง CFP® กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย

เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่วันนี้ไม่ได้กำลังใช้หนี้จากของที่ตัวเองซื้อ
 

ไม่ได้ซื้อรถ
ไม่ได้ซื้อบ้าน
ไม่ได้เอาเงินไปลงทุน
บางคนแทบไม่ได้ใช้เงินก้อนนั้นแม้แต่บาทเดียว
 

แต่กลับต้องมานั่งใช้หนี้

เพราะวันหนึ่งเคยพูดคำว่า

“ได้ เดี๋ยวช่วยค้ำให้”

คนมาขอก็ไม่ใช่มิจฉาชีพที่ไหนครับ
 

อาจเป็นลูก
พี่น้อง
ญาติ
เพื่อนสนิท
ลูกน้อง
หรือคนที่เรารักและอยากช่วยให้เขามีโอกาส
 

ตอนเซ็น เรามองหน้าคนตรงหน้า

แต่เอกสารที่เราเซ็น

มันไม่ได้รู้จักคำว่าเพื่อนหรือญาติ

มันรู้จักเพียงคำว่า

“ผู้ค้ำประกัน”

นี่แหละครับที่เจ็บ

เพราะตอนขอค้ำ มักพูดว่า

“ไม่ต้องจ่ายอะไรหรอก แค่เซ็นเฉย ๆ”

แต่จริง ๆ แล้วคำว่า “แค่เซ็น”

กำลังหมายถึง

ถ้าวันหนึ่งเขาไม่จ่าย คุณอาจต้องเข้ามารับความเสี่ยงนั้นด้วย
 

และชีวิตเปลี่ยนได้ครับ
 

วันที่เราค้ำ เขาอาจมีงานดี
กิจการกำลังโต
รายได้ดี
เครดิตดี
และตั้งใจจ่ายจริง ๆ
 

ไม่มีใครจำเป็นต้องโกงใครตั้งแต่ต้นเลย
 

แต่ต่อมาอาจเกิด

ตกงาน
ธุรกิจพัง
ป่วย
ครอบครัวมีปัญหา
รายได้หาย
 

หรือในกรณีที่แย่กว่านั้นคือ

เขาเลือกไม่จ่าย

แล้วคนที่เคยคิดว่า

“ฉันไม่ได้กู้ ฉันแค่ค้ำ”

ก็เพิ่งรู้ว่าลายเซ็นวันนั้นมีราคาเท่าไร

ตรงนี้จึงอยากเปลี่ยนคำถามครับ

ก่อนค้ำ อย่าถามเพียงว่า

“เราไว้ใจเขาไหม?”
 

ให้ถามว่า

“ถ้าวันหนึ่งเขาไม่จ่ายเลย เราจ่ายแทนไหวไหม?”

ถ้าคำตอบคือ

“ไม่ไหวแน่นอน”

คุณก็รู้แล้วว่าความเสี่ยงนั้นใหญ่เกินชีวิตการเงินของคุณ

เพราะการค้ำประกันไม่ใช่การวัดว่าเรารักใครมากแค่ไหน

และการปฏิเสธค้ำ
 

ก็ไม่ได้แปลว่าเราเป็นเพื่อนที่ไม่ดี
เป็นพี่ที่ไม่รักน้อง
หรือเป็นพ่อแม่ที่ไม่ช่วยลูก
 

บางครั้งการช่วยที่ดีที่สุด

อาจเป็นการช่วยหาทางอื่น

โดยไม่เอาฐานะการเงินของสองครอบครัวมาผูกไว้กับหนี้ก้อนเดียวกัน
 

ก่อนเซ็นค้ำ ลองเช็ก 5 เรื่องนี้

  1. หนี้นี้เอาไปทำอะไร และจำนวนจริงเท่าไร — อย่าเซ็นเพียงเพราะรู้จักผู้กู้ ต้องรู้ว่ากู้เท่าไร ผ่อนเท่าไร นานแค่ไหน และมีดอกเบี้ยอย่างไร
  2. ถ้าเขาไม่จ่ายตั้งแต่พรุ่งนี้ เราจ่ายแทนได้หรือไม่ — คิด Worst Case ก่อนเซ็น ไม่ใช่คิดจากวันที่ทุกอย่างยังดี
  3. อ่านขอบเขตความรับผิดให้ครบ — ค้ำวงเงินเท่าไร ระยะเวลาเท่าไร มีหนี้หรือภาระอะไรต่อเนื่อง และเอกสารฉบับไหนที่ชื่อเราอยู่
  4. ตรวจความสามารถของผู้กู้เหมือนเราเป็นธนาคาร — รายได้จริง หนี้เดิม Cash Flow และเหตุผลในการกู้ ไม่ใช่ดูแค่คำว่า “คนกันเอง”
  5. เก็บเอกสารทุกฉบับและติดตามสถานะหนี้ — อย่าคิดว่าเซ็นแล้วจบ เพราะถ้าผู้กู้เริ่มมีปัญหา ยิ่งรู้เร็ว เรายิ่งมีทางเลือกมาก


และถ้าวันนี้คุณเป็นผู้ค้ำอยู่แล้ว แล้วเพิ่งรู้ว่าผู้กู้เริ่มไม่จ่าย

อย่าหาย อย่าหนี และอย่าทิ้งจดหมายจากเจ้าหนี้ไว้บนโต๊ะ
 

เปิดสัญญา
รวบรวมเอกสาร
เช็กยอดหนี้จริง
ดูวันที่ผิดนัด
ดูหนังสือแจ้งที่ได้รับ
แล้วคุยกับเจ้าหนี้หรือผู้เชี่ยวชาญให้เร็วที่สุด
 

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 เมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายใน 60 วัน และหากแจ้งเกินกำหนด ผู้ค้ำอาจหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และภาระประกอบบางส่วนที่เกิดหลังพ้น 60 วัน แต่ไม่ได้หมายความว่าหนี้ต้นจะหายไปทั้งหมด ดังนั้นรายละเอียดของสัญญาและลำดับเหตุการณ์สำคัญมากครับ ( Deka )
 

สิ่งนี้สำคัญเพราะบางคนพอรู้ว่าตัวเองเป็นผู้ค้ำ
 

ก็คิดว่า

“จบแล้ว ชีวิตพังแล้ว”

ไม่เสมอไปครับ
 

สิทธิของผู้ค้ำมีรายละเอียดทางกฎหมาย
และบางกรณีสิ่งที่เจ้าหนี้ดำเนินการหรือไม่ได้ดำเนินการก็มีผลต่อความรับผิดเช่นกัน จึงควรตรวจเอกสารจริงก่อนสรุปว่าต้องจ่ายอะไรทั้งหมด ( Deka )

เรื่องนี้เลยไม่ควรทำให้เรากลายเป็นคนไม่เชื่อใคร

แต่ควรทำให้เราแยกให้ออกระหว่าง

“ความไว้ใจ”

กับ

“ความรับผิดทางการเงิน”

เราไว้ใจคนได้ครับ

แต่เอกสารทางการเงินก็ควรตรวจเหมือนกัน
 

เพราะเพื่อนที่ดี
ญาติที่ดี
หรือคนที่รักเราจริง
 

ควรเข้าใจได้ว่า

การขอให้ใครค้ำ คือการขอให้เขาเอาอนาคตการเงินของตัวเองมาวางบนโต๊ะด้วย

และถ้าคุณเคยค้ำแล้ววันนี้กำลังเป็นคนใช้หนี้แทนใครอยู่

อย่าเอาความผิดพลาดวันนั้นมาตัดสินคุณค่าของตัวเองทั้งหมดครับ

วันนั้นคุณอาจไม่ได้โง่

คุณอาจแค่ ไว้ใจคนหนึ่งมากเกินไป

วันนี้สิ่งที่ทำได้คือ
 

จัดการหนี้ให้เป็นระบบ
รู้สิทธิของตัวเอง
เจรจาให้เร็ว
และอย่าเซ็นอะไรเพิ่มโดยที่ยังไม่เข้าใจ
 

เรื่องที่ผ่านมาแก้ไม่ได้

แต่เรายังทำให้มันหยุดอยู่ที่รุ่นเราได้

เพื่อไม่ต้องมีใครอีกคนพูดว่า

“รู้อย่างนี้ วันนั้นไม่เซ็นก็ดี”

ความหวังดีเป็นสิ่งสวยงามครับ

แค่ต่อจากนี้

ให้ความหวังดีเดินไปพร้อมกับ ความรู้และขอบเขต

เพราะคนที่เราต้องปกป้องด้วย

ก็มีชื่อของเราอยู่ในนั้นเหมือนกัน

ThaiPFA อยากให้ทุกคนช่วยคนที่เรารักได้ครับ แต่ความหวังดีควรเดินคู่กับความเข้าใจเสมอ ก่อนเซ็นอะไรให้ใคร ลองถามตัวเองว่า ถ้าวันหนึ่งเราต้องรับภาระนั้นแทนทั้งหมด ชีวิตเรายังไปต่อไหวไหม เพราะการปกป้องตัวเอง ไม่ได้แปลว่าเราใจร้ายนะครับ

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#ค้ำประกัน #ผู้ค้ำประกัน #หนี้คนอื่น #เช็กก่อนเซ็น #ThaiPFA
 


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA