สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
กู้ผ่านทุกครั้ง จนวันหนึ่งเงินเดือนแทบไม่เหลือถึงตัวเอง
 

เงินเดือนดี งานมั่นคง…แต่ทำไม “หนี้เต็มเงินเดือน”?

เพราะ “กู้ผ่าน” ไม่ได้แปลว่า “กู้แล้วไหว”


ข้าราชการบางคนไม่ได้จนเพราะรายได้น้อย แต่จนเพราะหนี้แซงรายได้
 

หลายคนอาจมองว่า

ข้าราชการน่าจะมีปัญหาการเงินน้อยกว่าคนอื่น

เพราะมีเงินเดือนประจำ
มีสวัสดิการ
รายได้ค่อนข้างแน่นอน
และความมั่นคงของงานสูงกว่าหลายอาชีพ

แต่ในความเป็นจริง ข้าราชการบางท่านกลับมีสถานการณ์แบบนี้ครับ

เงินเดือนเข้า

แต่ก่อนเงินจะมาถึงมือเรา

มีคนรอรับอยู่แล้วเกือบหมด
 

บ้าน
รถ
บัตรเครดิต
สินเชื่อส่วนบุคคล
สหกรณ์
หนี้ที่กู้ไปช่วยครอบครัว
รวมถึงภาระเก่า ๆ ที่ค่อย ๆ สะสมมา
 

ตอนเริ่มต้น

แต่ละก้อนดูเหมือน “ไหว”
 

บ้านผ่อนเท่านี้
รถอีกเท่านี้
บัตรอีกนิด
สหกรณ์อีกหน่อย
 

ไม่มีหนี้ก้อนไหนดูน่ากลัวมาก

จนวันหนึ่ง

หนี้หลายก้อนมารวมกัน

แล้วสิ่งที่เต็มก่อน ไม่ใช่วงเงิน

แต่คือ

เงินเดือนของเรา

 


นี่คือสิ่งที่น่าสนใจครับ

คนที่มีรายได้มั่นคง

บางครั้งกลับ “กู้ได้ง่ายกว่า”

เพราะเจ้าหนี้มองว่า
 

มีรายได้ประจำ
มีความแน่นอน
มีโอกาสจ่ายต่อเนื่อง
 

พอเรากู้ผ่านครั้งแรก

สมองก็เริ่มรู้สึกว่า

“ยังไหว”

พอกู้รอบสองก็ผ่าน

ก็ยิ่งรู้สึกว่า

“แปลว่าเรายังไหว”

แต่จริง ๆ แล้ว
 

ธนาคารอนุมัติ = เขาประเมินว่าเรามีโอกาสจ่าย

ไม่ได้แปลว่า = ชีวิตเราจะสบายหลังจากจ่าย

 

นี่คือคนละเรื่องกัน

เพราะชีวิตจริงไม่ได้มีแค่ค่างวด

ยังมี
 

ค่าอาหาร
ค่าเดินทาง
ค่าลูก
ค่ารักษา
ค่าดูแลพ่อแม่
ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
และเงินสำหรับอนาคตของตัวเอง
 

ถ้าหลังหักหนี้ทั้งหมด

เหลือเงินพอแค่ “อยู่รอด”

แต่ไม่เหลือเงินเก็บเลย

อันนั้นอาจเรียกได้ว่า

หนี้ยังไม่ผิดนัด แต่การเงินเริ่มเปราะแล้ว
 



อีกสาเหตุหนึ่งที่เจอบ่อยคือ

หนี้ไม่ได้เกิดจากความฟุ่มเฟือยเสมอไป

บางคนกู้บ้านให้ครอบครัว

บางคนกู้รถเพื่อทำงาน

บางคนกู้สหกรณ์เพื่อช่วยพ่อแม่

บางคนเอาชื่อไปช่วยญาติ

บางคนมีเหตุฉุกเฉินแล้วต้องกู้ต่อ

ดังนั้นเวลาพูดเรื่องหนี้

ไม่ควรรีบตัดสินว่า

“ใช้เงินไม่เป็น”

อย่างเดียว

เพราะบางครั้งต้นเหตุจริง ๆ คือ

ภาระชีวิตโตเร็วกว่ารายได้
 



แต่มีอีกเรื่องที่อันตราย

คือ

ความมั่นคงของงาน ทำให้เราประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป

เราอาจคิดว่า
 

ยังไงก็มีเงินเดือนทุกเดือน
ยังไงก็มีรายได้จนเกษียณ
ยังไงก็จ่ายไปเรื่อย ๆ ได้
 

ความคิดนี้ทำให้

“หนี้ระยะยาว”

ดูน่ากลัวน้อยลง

ทั้งที่จริง

รายได้อาจไม่หาย

แต่

ค่าใช้จ่ายเพิ่มได้
 

ลูกโต
พ่อแม่แก่
สุขภาพแย่ลง
เงินเฟ้อเพิ่ม
ดอกเบี้ยเปลี่ยน
หรือเกิดเหตุที่ต้องใช้เงินก้อน
 

ตอนนั้นหนี้ที่เคย “พอดี”

อาจกลายเป็น

หนักเกินไปทันที
 



แล้วสัญญาณอะไรที่บอกว่า

หนี้เริ่มเยอะเกินไปแล้ว?

ผมว่าไม่ต้องรอถึงวันที่ค้างชำระครับ

ถ้าเริ่มมีอาการแบบนี้
 

เงินเดือนออกแล้วเหลือน้อยมาก
ต้องใช้บัตรเพื่อกินอยู่
ต้องกู้ก้อนใหม่มาจ่ายก้อนเก่า
ไม่มีเงินสำรอง
ไม่มีเงินออม
ไม่กล้าดูยอดหนี้ทั้งหมด
หรือเริ่มรู้สึกว่า
 

“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีกเรื่องเดียว ผมจบแน่”

อันนี้ต้องเริ่มจัดการแล้ว
 


 



นี่คือเหตุผลที่ ThaiPFA Talk on LIVE เดือนนี้ ในธีม “แก้หนี้”

ชวน พี่จุล อุมาพันธ์ เจริญยิ่ง CFP®
อุปนายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย

มาคุยกันในหัวข้อ

“ข้าราชการหลายท่านเงินเดือนดี แต่ทำไมบางท่านมีหนี้เต็มเงินเดือน?”

ไม่ได้คุยเพื่อดุ

ไม่ได้คุยเพื่อบอกว่าใครผิด

แต่คุยว่า

ถ้ามาถึงจุดนี้แล้ว เราจะกลับมาได้ยังไง

 

เรื่องแรก

ต้องรวมหนี้ทั้งหมดออกมาก่อน

อย่าจำในหัว

เขียนออกมาเลย
 

ยอดคงเหลือ
ค่างวด
ดอกเบี้ย
วันครบกำหนด
เหลืออีกกี่ปี
มีหลักประกันหรือไม่
 

บางคนตกใจตอนเห็น

แต่ผมว่าตกใจตอนนี้

ดีกว่าตกใจวันที่จ่ายไม่ไหว
 



เรื่องที่สอง

หยุดสร้างหนี้ใหม่ก่อน

หลายคนพยายามแก้หนี้

แต่ระหว่างแก้

ยังผ่อนของใหม่อยู่

แบบนี้เหมือน

ตักน้ำออกจากเรือ

แต่ยังเจาะรูเพิ่ม
 



เรื่องที่สาม

ดูว่า

หนี้ก้อนไหนเร่งด่วนที่สุด

ไม่จำเป็นต้องดูดอกเบี้ยอย่างเดียว

ต้องดูด้วยว่า

ถ้าไม่จ่าย
 

จะกระทบบ้านไหม
รถที่ใช้ทำงานไหม
มีผลทางกฎหมายไหม
มีผลต่อรายได้ไหม
 

จากนั้นค่อยจัดลำดับ



เรื่องที่สี่

ต้องรักษาเงินเกษียณไว้ให้ได้เท่าที่ทำได้

นี่สำคัญมากครับ

เพราะข้าราชการบางท่านอยู่ช่วง 40–50 ปี

พอหนี้เยอะ

ก็คิดว่า

“เอาเงินอนาคตมาโปะก่อน”

บางกรณีอาจจำเป็น

แต่ต้องคิดให้ครบ

เพราะถ้าแก้หนี้วันนี้

แล้วทำให้เกษียณไม่มีเงิน

เรากำลังเปลี่ยนปัญหา

จาก

หนี้ตอนทำงาน

ไปเป็น

เงินไม่พอตอนแก่
 



และก่อนสร้างหนี้ก้อนใหม่

อย่าถามแค่

“ผ่อนไหวไหม?”

ให้ถามว่า

“ผ่อนแล้ว ยังเหลือชีวิตไหม?”
 

ยังเหลือเงินกินไหม
เหลือเงินฉุกเฉินไหม
เหลือเงินออมไหม
เหลือเงินเกษียณไหม
ถ้ารายจ่ายเพิ่ม ยังรับได้ไหม
 

เพราะ

กู้ผ่าน ไม่ได้แปลว่า กู้แล้วไหว

และงานมั่นคง ไม่ได้แปลว่า การเงินมั่นคง

สุดท้าย

เป้าหมายของการแก้หนี้

ไม่ใช่แค่

เงินเดือนออกแล้วจ่ายเจ้าหนี้ครบ

แต่มันต้องเป็น

จ่ายหนี้แล้ว ยังมีเงินใช้

ยังมีเงินเก็บ

และยังมีอนาคตของตัวเอง

ใครที่วันนี้ยังจ่ายไหว

แต่เริ่มรู้สึกว่า

เงินเดือนมีเจ้าของรออยู่เกือบหมดแล้ว

อย่ารอให้คำว่า

“ยังไหว”

กลายเป็น

“ไม่ไหวแล้ว”

เริ่มดูตัวเลขวันนี้ครับ

เพราะยิ่งเห็นเร็ว

ยิ่งมีทางเลือกเยอะ

และการยอมรับว่า

“หนี้เยอะแล้ว ต้องเริ่มแก้จริงจัง”

ไม่ใช่ความล้มเหลว

แต่มันคือ

จุดเริ่มต้นของการกลับมาคุมเงินของตัวเองอีกครั้ง

ThaiPFA
อยากให้ทุกคนจำไว้ว่า “กู้ผ่าน” ไม่ได้แปลว่า “กู้แล้วไหว” ครับ ความมั่นคงที่แท้จริงไม่ใช่แค่มีเงินเดือนเข้า แต่คือหลังจ่ายหนี้แล้ว เรายังมีเงินใช้ มีเงินเก็บ และยังเหลืออนาคตให้ตัวเองด้วยครับ
 

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#ข้าราชการ #หนี้เต็มเงินเดือน #จัดการหนี้ #วางแผนการเงิน #เกษียณ #CFP #ThaiPFA


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA